การตรวจสอบคุณภาพของรถยนต์ ด้วยเทคโนโลยีกล้องวัดเสียง Acoustic Camera
การตรวจสอบคุณภาพของรถยนต์ ด้วยเทคโนโลยีกล้องวัดเสียง Acoustic Camera

การตรวจสอบคุณภาพของรถยนต์ ด้วยเทคโนโลยีกล้องวัดเสียง
|


หากพูดถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ ผู้นำด้านรถยนต์หลายๆ แบรนด์ต่างลงทุนมหาศาลในแต่ละปีเพื่อพัฒนาและออกแบบรถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์ให้ได้คุณภาพและตอบโจทย์ผู้ใช้งานให้มากที่สุด นอกจากการออกแบบรูปทรงที่แตกต่างกันแล้ว ลักษณะเสียงของรถยนต์มีความสำคัญอย่างมากในมุมมองของผู้ใช้งาน เสียงนั้นหากดังเกินไปจะทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกไม่สบาย และส่งผลต่อการขับขี่รถยนต์ อีกทั้งเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นยังบ่งบอกถึงความผิดปกติของเครื่องยนต์อีกด้วย
เสียงของเครื่องยนต์ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ดังคำรามของรถสปอร์ตหรือเสียงที่นุ่มนวลของรถเก๋งต่างก็เป็นลักษณะเฉพาะของแบรนด์ และรุ่นที่แตกต่างกัน หากคุณจะตัดสินใจซื้อรถสปอร์ตสักคัน นอกจากจะโดดเด่นเรื่องรูปทรงและความเร็วแล้ว ยังต้องมีลักษณะของเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ หรือหากคุณต้องการรถเก๋งที่ใช้ในครอบครัว อาจจะต้องการเครื่องยนต์ที่เงียบเป็นพิเศษ เพื่อความรู้สึกสบายภายในห้องโดยสาร
แม้ว่าจะขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงแต่เสียงดนตรีที่เปิดภายในรถยนต์นั้นก็ไม่ควรถูกรบกวนด้วยเสียงที่ไม่พึงประสงค์จากภายนอก ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบคุณภาพภายในห้องโดยสาร ว่าเสียงของเครื่องยนต์และเสียงจากภายนอกนั้นดังเข้ามาภายในหรือไม่ คุณสามารถใช้ กล้องวัดเสียง (Acoustic Camera) ในการหาแหล่งกำเนิดของเสียงได้อย่างง่ายดาย GFAI ได้พัฒนากล้องตรวจวัดหาแหล่งกำเนิดเสียงมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คุณสามารถที่จะมองเห็นระดับเสียง(dB) ที่ดังแตกต่างกันในบริเวณต่างๆ ด้วยแผนที่เสียงได้แบบ Real-Time ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากระบบปรับอากาศ หรือเสียงที่เล็ดลอดจากภายนอกผ่านขอบประตู หน้าต่าง ที่ปิดได้ไม่สนิท ทำให้สามารถวิเคราะห์ที่มาของเสียง แก้ไขปัญหา พัฒนาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว


นอกจากนั้น เสียงที่เกิดจากเครื่องยนต์มีความแตกต่างกัน หากคุณพบว่ารถยนต์มีเสียงเครื่องยนต์ที่ดังผิดปกติไปจากเดิม เช่น เสียงสั่นจากใต้รถ (Rattling sound) เสียงดังฟู่ (hissing sound) เสียงคลิกจากใต้ฝากระโปรง (clicking sound) เสียงเหล่านี้แสดงถึงความผิดปกติจากการทำงานของเครื่องยนต์ หรือการชำรุดของอะไหล่ ชิ้นส่วนต่างๆ ภายใน สำหรับการซ่อมบำรุงและรักษารถยนต์ให้ใช้งานได้เป็นอย่างดี จุดสำคัญ คือ การระบุตำแหน่งของชิ้นส่วนหรือบริเวณที่ผิดปกติ เพื่อทำการซ่อมแซมและแก้ไข จึงเป็นเหตุผลที่วิศวกรและนักออกแบบพยายามที่จะสร้างแบบจำลองของเสียง เพื่อระบุแหล่งที่มาและขจัดเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการออกไป
กล้องตรวจวัดหาแหล่งกำเนิดเสียง (Acoustic Camera) รุ่น Mikado เป็นกล้องวัดเสียงรุ่นล่าสุด จากแบรนด์ GFAI ออกแบบให้สะดวกในการใช้งานทั้งภายในห้องโดยสารและภายในฝากระโปรงเครื่องยนต์ ขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก น้ำหนักเบา ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ด้วยแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ และหน้าจอแสดงผลในตัว

การใช้กล้องถ่ายภาพเสียง รุ่น Mikado เพื่อหาแหล่งกำเนิดเสียงนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการวิจัยและพัฒนา การซ่อมบำรุงในอุตสาหกรรมยานยนต์ ประกอบด้วย MEMS ไมโครโฟนถึง 96 ตัว ทำให้รับสัญญาณเสียงได้อย่างทั่วถึง พร้อมกล้องบันทึกภาพและวิดิโอ Intel RealSense ความละเอียดระดับ Full HD เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยหาแหล่งกำเนิดเสียงที่ผิดปกติได้เป็นอย่างดี เพียงแค่นำกล้องวัดเสียงถ่ายภาพหรือวิดิโอไปยังบริเวณที่คุณสนใจ จากนั้นซอฟต์แวร์ NoiseImage ที่มาใน Microsoft Surface Pro tablet จะทำการวิเคราะห์เสียงที่บันทึกไว้ และแสดงแผนที่เสียงซ้อนกับภาพหรือวิดิโอในทันที พร้อมฟังก์ชันเสริมอีกมากมายที่ทำให้คุณสามารถเลือกช่วงเวลา ความถี่ที่สนใจให้เหมาะกับการใช้งานที่เฉพาะมากยิ่งขึ้น

Technical Data | |
Array-body dimensions | 45 x 35 x 15 cm |
Weight | 1.7 kg (3.4 kg incl. battery and Microsoft® Surface) |
Video Camera | Intel® RealSensem Depth Camera D435 |
Resolution | 1920 x 1080 (Full HD) |
Microphones | MEMS (Knowles) |
Frequency response | 100 Hz – 5 kHz (< 0.5 dB) |
100 Hz – 11 kHz(<3 dB) | |
Max. sound pressure level | 121 dB at 10% THD |
Noise level | 30 dB(A) |
Sensitivity (1 kHz, 94 dB SPL) | -26 dBFS |
Channels | 96 |
Recommended measurement distance | 9 dB – 120 dB |
Acoustic maps from … | > 0.3 m |
Recommended mapping frequencies | 514 Hz – 24 kHz |
Dynamic range (Distance to the source: 1 m; calculation points: 90,000) | 15 dB – 27 dB, |
up to 50 dB with Advanced Algorithms | |
Ingress protection code | IP20 |
Operating environment | 0°C – 35°C, up to 80% RH |
สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อ : คุณพณิชรัตน์ โทร. 092-282-3339 หรือ Line ID : @entech